เงื่อนไขที่กำหนดให้ "ก้าวกระโดด" จาก "สถาบัน" เป็นมหาวิทยาลัย คือ พระราชบัญญัติ
มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2546 พระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติ พ.ศ. 2542 และ "ร่าง"
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถานศึกษาอุดมศึกษาทั้งนี้หากรวมถึงบริบทต่าง ๆ
ที่เปลี่ยนไปทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และการแข่งขันทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่า
"มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา"จะต้องพยามอย่างรวดเร็วอย่างมั่นคงในลักษณะ
"ก้าวกระโดด"เหมาะกับแนวทางของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยายุคปัจจุบัน
ที่บ่งทิศทางว่า "มิติใหม่ด้านการศึกษา นำหน้าด้วยคุณภาพ ประกันความสำเร็จต้องบ้านสมเด็จเจ้าพระยา"

    การเตรียมความพร้อม
    มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยาเช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยราชภัฏอื่น ๆ ที่มีการพัฒนาอย่าง
ต่อเนื่องพ.ร.บ.มหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 มิถุนายน 2547 เร่งเร้าการพัฒนาความพร้อม
ของมหาวิทยาลัยทั้ง 1) ด้านนิตินัยโดยการศึกษาพิจารณาระเบียบ ข้อบังคับ ที่ได้ มีการเตรียมความพร้อม 2) ด้านบุคลากร โดยการประชุม ศึกษา ดูงาน สรุปแนวการปฏิบัติและการพัฒนาบุคคลากรให้มีความเป็น
ปัจจุบันในบริบทดังกล่าว 3)ด้านการจัดองค์กร โดยลักษณะการกระจายอำนาจ การดำเนินการต่าง ๆ ดังกล่าว ข้อสรุปต่าง ๆ แม้จะเป็นปัจจุบันแต่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามบริบทใหม่ที่เปลี่ยนแปลงเป็น
พลวัต (Dynamics) ซึ่งทุกประเด็นท้าทายความสามารถของบุคคลากรของมหาวิทยาลัยราชภัฏ
บ้านสมเด็จเจ้าพระยาโดย ทุกคน ทุกส่วนงานต่างกระฉับกระเฉงต่อภาวะต่าง ๆ

 
        หลักการของมหาวิทยาลัยราชภัฏในทางปฏิบัติ
        จุดมุ่งหมาย (Purpose-P) , หลักการ (Principle-P) การมีส่วนร่วม (Participation-P) ส่งผลต่อการสร้างระบบงานและองค์กร (Organization-O)รองรับ หรือ PPPO "สถาบันอุดมศึกษาท้องถิ่น" เป็นจุดมุ่งหมายของการดำเนินการมหาวิทยาลัยราชภัฏ กฎหมาย พระราชบัญญัติการศึกษา
แห่งชาติ พ.ศ. 2542ซึ่งเป็นกฏหมายหลักในการปฏิรูปการศึกษา แบ่งเป็น 9 หมวด ซึ่งทุกหมวดจะชี้นำการปฏิบัติ ปฏิรูปของทุกสถานศึกษา โดยเฉพาะของ
มหาวิทยาลัยราชภัฏ กล่าวคือ
        1)  มหาวิทยาลัยจะปฏิรูปตนเอง
        2) โอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชน
        3) ระบบการศึกษาในแนวปฏิรูป
        4) แนวการจัดการศึกษา
        5) การบริหารและการจัดการศึกษาใน พ.ร.บ.การศึกษา
        6) มาตรฐานและการประกันคุณภาพ
        7) คุณภาพของครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา
        8) ความมีอิสระในการหา และใช้เงิน
        9) สิ่งอำนวยความสะดวกในการสอน การศึกษา การบริหาร
 
 
 
 
 
 
 
 
       ขบวนการเหนี่ยวนำให้ความเป็นสถาบันอุดมศึกษา เพื่อพัฒนาท้องถิ่นมีความชัดเจน
         การกระทำให้สู่การปฏิบัติ หรือ Delivery System เป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้ผู้ปฏิบัติในทุกระดับของมหาวิทยาลัยราชภัฏ มีประสิทธิภาพของ
การปฏิบัติ ทั้งนี้ "คุณภาพ" เป็นสิ่งที่เน้นผลจากการปฏิบัติเข้าใจอย่างง่ายดังระบบปฏิบัติการในเรื่อง ปฏิบัติการสร้างความพร้อม สู่แนวทาง พ.ร.บ. ใหม่และการเปลี่ยนแปลงของบริบททางสังคม
 
 
                      
 
 
 
 
 
 
 
        องค์การเพื่อรองรับเป้าหมาย หลักการ และการมีส่วนร่วม (PPPO-model)
        จากจุดมุ่งหมายและหลักการ รวมทั้งการมีส่วนร่วมของมวลสมาชิกของประชาคม องค์กรมหาวิทยาลัยราชภัฏ จึงควรมีลักษณะองค์กรใน
เชิงปฏิบัติ ดังนี้
        1) การใช้ข้อมูลท้องถิ่นแปลนโยบายส่วนกลาง ไปสู่ปฏิบัติการท้องถิ่นอาจจะลำดับกลุ่มประเทศ ภาค ส่วนของภาค จังหวัด กลุ่มอำเภอ ตำบลหมู่บ้าน ชุมชน
        2) การกระจายอำนาจอย่างเป็นระบบ (Systematical Decentralization)
        3) การร่วมปฏิบัติงาน (Cooperation For Development)
 
 
 
 
       จุดมุ่งหมายเชิงปฏิบัติของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
        จากสาระข้อ 1 การประชุมปฏิบัติการเตรียมพร้อมหลักการ ขบวนการเหนี่ยวนำในทางปฏิบัติ ช่วงเวลาระหว่างเดือนมิถุนายน 2546 จนถึงสิ้นปี ทำให้เกิดความชัดเจนของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา